Post on 16 / 02 / 20

คำคุณศัพท์ หรือ คำขยายคำนาม

English Hero

จำนวนครั้งที่อ่าน 703

คำคุณศัพท์ หรือ คำขยายคำนาม

Adjective เป็นอีกหนึ่งหลักสำคัญในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ตรงกับภาษาไทยว่า คำคุณศัพท์ เป็นคำที่ใช้ขยายคำนาม เพื่อขยายความ อธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เราเข้าใจ มองเห็นภาพหรือลักษณะของคำนามนั้นชัดเจนขึ้น ละเอียดมากยิ่งขึ้น

 

ประเภทของคำคุณศัพท์

ตามหลักการแล้ว Adjective จะแบ่งออกได้เป็น 11 ประเภท 

  1. Descriptive Adjective(คุณศัพท์บอกลักษณะ) คือ คำที่ใช้บอกลักษณะของ Noun นั้น 
  • The richman’s toys. 

ของเล่นของคนรวย ( rich ไปขยาย man มีความหมายได้ว่าคนรวย) 

  • You are agoodstudent. 

เธอเป็นนักเรียนที่ดีนะ (good ไปขยาย student ว่าเธอเป็นนักเรียนแบบไหน) 

  • His death made me feelsorry.

การเสียชีวิตของเขาทำให้ฉัน(มีความรู้สึกที่)รู้สึกผิด (sorry ไปขยาย me ว่าฉันรู้สึกผิด นอกจาก sorry จะแปลว่าเสียใจแล้วยังสามารถแปลได้ว่า ที่รู้สึกผิดได้อีกด้วย) 

 

  1. Proper Adjective(คุณศัพท์บอกสัญชาติ) คือ คำที่ใช้บอกสัญชาติของNoun นั้น 
  • Do you learnItalianlanguage? 

คุณเรียนภาษาอิตาเลี่ยนไหม? (Italian ขยาย language) 

  • Are youThai?

คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า? (Thai ขยาย you) 

** สังเกตดู Proper Adjective เมื่อนำมาใช้จะขึ้นต้นด้วยอักษรพิมพ์ใหญ่เสมอ 

 

  1. Quantitative Adjective(คุณศัพท์บอกปริมาณ) คือ คำที่ใช้บอกปริมาณของNoun นั้น ว่ามีจำนวนแค่ไหน มากหรือน้อย 
  • Howmuchis it? 

มันราคา(มาก)เท่าไร? (much ขยาย it จากประโยคเป็นการถามราคาส่วนใหญ่จะนิยมถามด้วย How much?) 

  • Thelittlewhite rabbit. 

กระต่ายสีขาวตัวน้อย (ประโยคนี้มี Adjective อยู่สองที่ด้วยกัน นั่นคือ little และ white ซึ่งทั้งสองต่างก็ขยาย rabbit) 

 

  1. Numeral Adjective(คุณศัพท์บอกจำนวนแน่นอน) คือ คำที่ใช้บอกจำนวนที่แน่นอนของNoun นั้น (อาจแบ่งได้เป็นการบอกจำนวน การบอกลำดับ และการบอกจำนวนเท่า) 
  • There aresevendays in a week. 

มี 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ (seven ขยาย days) 

  • Tom is thesecondson of his family. 

ทอมเป็นบุตรคนที่สองครอบครัวของเขา (second ขยาย son) 

  • The hand hasfivefingers. 

มือมี 5 นิ้ว (five ขยาย fingers) 

 

  1. Demonstrative Adjective(คุณศัพท์ชี้เฉพาะ) คือ คำที่ใช้ชี้เฉพาะของNoun นั้น 
  • Thisyear

ปีนี้ (This ขยาย year เพื่อบอกว่าปีนี้นะ ไม่ใช่ปีอื่น) 

  • Thoseshoes are too expensive.

รองเท้าคู่นั้นราคาแพง (Those ขยาย shoes เพราะรองเท้าไม่ได้แพงทุกคู่) 

  • That cat is so adorable.

แมวตัวนั้นน่ารัก (That ขยาย cat) 

**   this (นี้), that (นั้น)      สองคำนี้ใช้กับนามเอกพจน์ 

       these (นี้) ,those (นั้น)  สองคำนี้ใช้กับนามพหูพจน์ 

  

 

  1. Interrogative Adjective(คุณศัพท์บอกคำถาม) คือ คำที่ใช้เพื่อให้Noun นั้นเป็นคำถาม 
  • Whereare you going?

คุณกำลังจะไปไหนหรอ? (Where ขยาย you เพื่อให้เป็นประโยคคำถาม ถ้าไม่ใช่ประโยคทำถามเราจะใช้ You are going แปลว่าคุณกำลังจะไป) 

  • Howmany boys are there in the class?

มีเด็กผู้ชายกี่คนในห้องนี้? (How ขยาย boys เพื่อทำให้เป็นประโยคคำถามและใช้กับ many เป็น How many เพื่อถามถึงจำนวน ประโยคตัวอย่างในข้อนี้มี Adjective หลายประเภทเลยครับ ลองหาดูนะครับว่ามีประเภทไหนบ้าง) 

  • Whatis your plan?

คุณมีแผนอะไรบ้าง? (What ขยาย your plan) 

** ส่วนมาก Interrogative Adjective จะหมายถึงคำที่ใช้ขึ้นต้นคำถามต่าง พวก WH Question เช่น what, where, why, whose, where, why, how, which 

 

  1. Possessive Adjective(คุณศัพท์บอกเจ้าของ) คือ คำที่ใช้บอกความเป็นเจ้าของ ของNoun นั้น 
  • This ismypen. 

นี่คือปากกาของฉัน (my ขยาย pen บอกเพื่อให้รู้ว่าปากกาเป็นของใคร เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของของปากกา) 

  • I likeyourhair. 

ฉันชอบผมของเธอ (your ขยาย hair เพื่อบอกให้รู้ว่าชอบผมของใคร) 

  • We have soldourhouse. 

พวกเราขายบ้านของพวกเราแล้ว (our ขยาย house เพื่อให้รู้ว่าขายบ้านใคร) 

** อย่าสับสนกับเรื่อง Possessive Pronoun นะครับ จำไว้ว่า Possessive Pronoun สามารถใช้แทน noun ได้เลย แต่ Possessive Adjective ต้องมี noun หรือ pronoun ในประโยคด้วย 

 

  1. Distributive Adjective(คุณศัพท์แบ่งแยก) คือ คำที่ใช้กับNoun เพื่อแยก Noun ออกจากกัน 
  • Eachgirl in our class is well-versed in music.

เด็กหญิงแต่ละคนในห้องของพวกเรารอบรู้ในเรื่องของดนตรี (Each ขยาย girl ให้เห็นภาพว่าแต่ละคน) 

  • Eitherside is a narrow lane.

ไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่งเป็นซอยแคบ (Either ขยาย side โดยแบ่งคำว่า side ออกเป็นสองฝั่ง) 

 

  1. Emphasizing Adjective(คุณศัพท์เน้นความ) คือ คำที่ใช้เน้นให้Noun ฟังดูมีน้ำหนักมากขึ้น 
  • I saw all this with myowneyes. 

ฉันเห็นทั้งหมดมาด้วยตาของฉันเลยแหละ (own ขยาย eyes เป็นการเน้นให้เห็นว่า กับตาของฉันเลยนะ แหม ฟังดูละคงต้องเชื่อเลยทีเดียว) 

  • He is averygood guy. 

เขาเป็นคนดีมากๆ (very ขยาย good guy เพื่อขยายว่าเค้าดีมากๆ ดีจริงๆนะ ดี๊ดี) 

 

  1. Exclamatory Adjective(คุณศัพท์บอกอุทาน) คือ คำที่ใช้ขยาย Noun เพื่อให้เป็นคำอุทาน 
  • Whata surprise!

เฮ้ยยย อะไรอ้ะ!!/ เซอร์ไพรส์จัง (เอา what มาขยาย surprise ฟังดูเป็นคำอุทานขึ้นมาเลยเนอะ) 

  • It’samazing!

น่าประหลาดใจจังเลย (amazing ขยาย it แต่อาจจะใช้กับอะไรดีเลิศก็ได้นะครับ เช่น เพื่อนบอกว่า “แกๆชั้นได้รางวัลตุ๊กตาทองแดง สาขาดาราวิ่งผ่านกล้องยอดเยี่ยม” แล้วเราจะบอกว่า ดีจังเลยยอดเยี่ยม เราสามารถบอกได้ว่า “It’s amazing!” ครับ) 

 

  1. Relative Adjective(คุณศัพท์สัมพันธ์) คือ คำที่ทำหน้าที่คล้ายคำเชื่อม หรือconjunction แต่ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ขยาย Noun ตัวหลังด้วย 
  • This is the housethatJack built. 

นี่คือบ้านที่แจ็คสร้าง ( that ทำหน้าที่เชื่อมประโยค 1) นี่คือบ้าน และ 2) แจ็คสร้าง โดยthat ไปขยาย แจ็ค ว่าเขาสร้างอะไร นั่นคือเขาสร้างบ้าน) 

 

ตำแหน่งของ Adjective เวลานำไปพูดหรือเขียนในระโยคนั้นมีวิธีใช้อยู่ 4 อย่างคือ 

  1. เรียงไว้หน้าคำนามที่คุณศัพท์นั้นไปขยายโดยตรงได้ เช่น 

     The thin man can run very quickly. (คนผอมสามารถวิ่งได้เร็วมาก)  

     A wise boy is able to answer a difficult problem. (เด็กฉลาดสามารถตอบปัญหาที่ยากได้)  

     The beautiful girl is wanted by a young boy. (สาวสวยย่อมเป็นที่หมายตาของเด็กหนุ่ม) 

ข้อสังเกต : thin , wise , difficult , beautiful ,young เป็นคุณศัพท์เรียงขยายไว้หน้านามโดยตรง 

  1. เรียงไว้หลังVerb to be, look feel, seem, get, taste, smell, turn, go, appear, keep, become, sound, grow, etc. ก็ได้ Adjective ที่เรียงตามกริยาเหล่านี้ ถือว่าขยายประธาน แต่วางตามหลังกริยา เพราะฉะนั้นจึงมีชื่อเรียกได้อีกอย่างหนึงว่า Subjective Complement เช่น  

      I'm feeling a bit hungry. (ฉันรู้สึกหิวนิดๆ)  

      Sugar tastes sweet. (น้ำตาลมีรสหวาน) 

ข้อสังเกต: hungry และ sweet เป็น Adjective เรียงไว้หลังกริยา feeling และ tastes ทั้งนั้น 

  1. เรียงคำนามที่ไปทำหน้าที่เป็นกรรม (Object)ได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยขยายเนื้อความของกรรมนั้นให้สมบรูณ์ขึ้น Adjiective ที่ใช้ในลักษณะเช่นนี้เรียกว่าเป็นObjiective Complement เช่น  

    Sam made his wife happy. (แซมทำภรรยาของเขาให้มีความสุข)  

    I consider that man mad. (ฉันพิจารนาดูแล้วว่า ชายคนนั้นเป็นบ้า)  

   This matter made me foolish. (เรื่องนี้ทำให้ฉันโกรธไปได้) 

ข้อสังเกต: happy,mad และ foolish เป็น Adjective ให้เรียงหลังนาม และสรรพนามที่เป็น Object คือ wife,man,me 

  1. เรียง Adjective ไว้หลังคำนามได้ ไม่ว่านามนั้นจะทำหน้าที่เป็นอะไรก็ตาม ถ้า Adjective ตัวนั้นมีบุพบทวลี (Perpositional Phrase)มาขยายนามตามหลัง เช่น  

     A parcel posted by mail today will reach him tomorrow. (พัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์วันนี้จะถึงเขาวันพรุ่งนี้)  

ข้อสังเกต: posted เป็น Adjective เรียงตามหลังนาม parcal ได้เพราะมีบุพบทวลี by mail today มาขยายตามหลัง  

     I have known the manager suitable for his position. (ฉันได้รู้จักผู้จัดการซึ่งก็มีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งของเขา) 

ข้อสังเกต: suitable เป็นคุณศัพท์ เรียงไว้หลังนาม manager ได้เพราะมีบุพบท วลี for his position มาขยายตามหลัง 

คำคุณศัพท์ หรือ คำขยายคำนามคำคุณศัพท์คำขยายคำนามAdjectiveAdjectives